Answerman – เราจะมีบุญได้ดู Macross แบบถูกลิขสิทธิ์นอกเกาะญี่ปุ่นไหม?

Share

Jake ถาม:

ในช่วงงาน Anime Expo (ปี 2019) ทาง Harmony Gold ได้จัดพาเนลประกาศว่าพวกเขาได้รับอนุญาตให้ถือสิทธิ์ของ Robotech/Macross ต่อไปอีก เรื่องนี้ทำให้แฟนๆ ทุกคนช็อคมาก โดยเฉพาะคนที่หวังว่าถ้าสิทธิ์ของ Harmony Gold หมดลง Macross ทั้งภาคเก่าและภาคใหม่จะได้มีโอกาสออกมาขายในโลกตะวันตก (และประเทศอื่นๆ นอกจากญี่ปู่น) เสียที Harmony Gold เองก็ไม่ได้เป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดอนิเมะ, เกม มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ส่วนโครงการสร้างภาพยนตร์คนแสดงต้องรอกันอีกหลายปี ทำไมทาง Tatsunoko ถึงตัดสินใจให้ Harmony Gold ถือสิทธิ์ต่อไป แทนที่จะจบสัญญาแล้วให้บริษัททำอนิเมะหรือบริการสตรีมมิ่งเจ้าอื่นไปทำล่ะ?

 

Answerman ตอบ

เราไม่มีทางทราบได้เลยว่า มีการตกลงอะไรกันหลังบ้านของ Harmony Gold กับ Tatsunoko จริงอยู่ว่าทางศาลได้ตัดสินคดีแล้ว แต่นั่นก็หมายความว่าบริษัททั้งสองแห่งก็สามารถตกลงกันได้ในแง่มุมใดแง่มุมหนึ่ง บางทีทั้งสองบริษัทอาจจะอยากเห็นโครงการสร้างภาพยนตร์คนแสดงที่ตอนนี้ทาง Sony Pictures พัฒนาอยู่ ให้ออกดอกออกผลก่อนก็เป็นได้ ถึงตอนนี้จะมีการทาบทามโปรดิวเซอร์มือดีกับคนเขียนบทให้มาทำงาน แต่ตัวหนังดังกล่าวยังไม่มีสคริปท์เลยแม้แต่น้อยๆ แต่ถ้าการพัฒนาเกิดขึ้นจริง นั่นย่อมเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมากจากหลายฝั่งเลยทีเดียว

ก่อนจะข้ามไปด่า Harmony Gold แบบเต็มปากเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นไปแล้วในสังคมคนชอบอนิเมะนั้น เราอาจจะต้องมองย้อนไปสักหน่อยว่า ความจริงแล้วสัญญาที่กล่าวว่ามีการต่อใหม่นั้นพูดว่าอะไรบ้าง เพราะถ้าเอาตามประกาศที่แจ้งในงาน Anime Expo นั้นทาง Harmony Gold ยังไม่เคยระบุว่า สัญญาฉบับใหม่ที่ต่อนั้นมีลักษณะอย่างไร ให้เวลาอีกนานแค่ไหน มีแค่การออกมาพูดว่า ‘ต่อไปในอนาคต’ เท่านั้น (ส่วนที่แฟนบางกลุ่มระบุว่า ‘ต่อสัญญาไปอีก 35 ปี’ นั้นเป็นความเข้าใจผิดจากการที่ ผู้ก่อตั้งของ Harmony Gold คุณ Frank Agrama ออกมาพูดในงานฉลอง 35 ปีของซีรีส์ Robotech ที่มีการยกแก้วอวยพรว่า ‘ขอให้ดื่มเพื่อ 35 ปีข้างหน้า’ ซึ่งเป็นคำพูดที่โลกตะวันตกมักจะใช้กันในการอวยพรวันเกิดหรือวันครบรอบต่างๆ)

สิ่งที่มีการประกาศแบบยืนยันได้แล้วก็คือ ทาง Harmony Gold เตรียมปล่อยตัว Robotech ออกมาในรูปแบบ HD รวมถึงการออกแผ่น Blu-ray จากการที่ทางบริษัททำสัญญาผลิตไว้กับทาง Sony แต่การจะทำเช่นนั้นได้ นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องทำการรีมาสเตอร์หนังทั้งหมดจากวัตถุดิบที่อยู่ในฟิล์ม 16 มิลลิเมตร และนั่นหมายความว่าพวกเขาไม่ได้ถือวัตถุดิบจากตัว Macross HD Remasters ที่เพิ่งจำหน่ายในญี่ปุ่นไปไม่นานนัก

แต่แน่นอนว่า การประกาศข่าวของ Harmony Gold นั้นทำให้แฟนอนิเมะตายเดือนเป็นไฟ ด้วยเหตุที่ว่า Harmony Gold ไม่ได้แค่ถือสิทธิ์ของ Macross แต่ยังเป็นผู้ถือเครื่องหมายการค้าของ Macross ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเฟรนไชส์ Macross ไม่สามารถขายในอเมริกาหรือพื้นที่ประเทศอื่นๆ นอกญี่ปุ่นได้โดยง่าย แม้ว่าในอดีตจะบริษัทที่ติดต่อ Harmony Gold ออกแผ่นของทั้ง Macross, Southern Cross และ Mospeda แบบไม่ตัดต่อใดๆ มาแล้ว (ตัว Macross ภาคแรกสุดเคยวางจำหน่ายในอเมริกาถึงสองครั้ง จากผู้จัดจำหน่ายสองบริษัท แต่ต้องขอแจ้งไว้ว่า ทั้งสองครั้งยอดขายไม่ได้ดีเด่อะไรนัก) และถึงแผ่นจะไม่มีจำหน่ายในตลาดแล้ว ตอนนี้อนิเมะต้นฉบับของ Robotech ทั้งสามเรื่องก็สามารถรับชมในอเมริกาได้ผ่านบริการของ Amazon Prime

และการที่ Harmony Gold ไม่ได้ถือลิขสิทธิ์ Macross แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า อนิเมะเรื่องดังกล่าวจะสามารถนำขายนอกประเทศญี่ปุ่นนั้นก็เป็นความจริงแค่ด้านหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเสียด้วย

Big West Advertisig หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Big West Frontierr อีกหนึ่งบริษัทที่ร่วมผลิต Macross ตัวต้นฉบับ

อ้างอิงจากการที่ Answerman ได้มีโอกาสเสวนากับคนทำงานในธุรกิจลิขสิทธิ์ที่เปิดวงสนทนาในช่วงงาน Anime Expo ซึ่งตัว Answerman ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดได้ หรือต่อให้ถูกปืนจ่อหัวให้เล่าให้ฟัง ก็ยากที่จะบอกตรงๆ ได้ เพราะมีความวุ่นวายมหาศาลเกิดขึ้นในขั้นตอนทางกฏหมาย เนื่องจาก Macross พัวพันจากการสร้างของทาง Tatsunoko กับทาง Big West ที่วุ่นวายจนยากที่จะตอบว่า ถ้า ณ เวลานี้ มีใครสักคนอยากติดต่อซื้อลิขสิทธิ์ Macross ภาคแรก จะต้องติดต่อใคร จะต้องเซ็นสัญญากับใคร แบ่งรายได้กับใคร … คือถ้าถามว่ามีโอกาสซื้อลิขสิทธิ์ได้ไหม คำตอบคือพอจะมีโอกาส แต่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก รวมถึงต้องดูการสับขาหลอกของข้อกฎหมาย

หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายเข้าก็คือ โอกาสซื้อลิขสิทธิ์ Macross ตรงจากทางญี่ปุ่นนั้น มีความเป็นไปได้เหมือนกับการรักษาโรคมะเร็ง ที่พอมีโอกาสหายแต่ก็ต้องลุ้นเยอะมากๆ

แล้วทำไมช่วงหนึ่งถึงเคยมีคนทำลิขสิทธิ์ Macross II, Macross Plus กับ Macross 7 ล่ะ ? คำตอบนั้นง่ายดายมาก เพราะช่วงที่มีการทำลิขสิทธิ์ตอนนั้นเป็นจังหวะที่ทางญี่ปุ่นยังขายลิขสิทธิ์ได้ ก่อนที่จะติดหล่มในการสู้คดีในศาลอันแสนยาวนานในเวลาต่อมา

ถ้าอย่างนั้น Harmony Gold คือผีร้ายจริงๆ แบบที่แฟนๆ ประณามกันไว้หรือไม่? ก็ต้องบอกว่า พอจะมีส่วนจริงอยู่บ้าง เพราะยุคนี้แทบจะไม่มีบริษัทไหนบนโลกกล้าตัดต่อผลงานออริจินัลสองสามเรื่องให้เป็นเรื่องเดียวกันอย่างที่ Robotech ทำมาแล้ว และยุคนี้คนดูก็ยินยอมพร้อมรับอนิเมะที่มีจำนวนตอนฉายไม่มากนัก แตกต่างจากช่วงยุค 1980 ที่สถานีโทรทัศน์ยังแฮปปี้กับการฉายอนิเมะยาวตลอดปีมากกว่า

คุณคาวาโมริ โชจิ จากงาน Shoji Kawamori Expo ที่จัดไปในช่วงกลางปี 2019 / ภาพจาก – https://twitter.com/kawamoriexpo/status/1142989566367846400

หรือถ้ามองจากมุมมองของผู้สร้าง อย่าง คุณคาวาโมริ โชจิ ก็เคยให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนว่า เขาไม่พึงพอใจในการมีตัวตนอยู่ของ Robotech (ในบทสัมภาษณ์ คุณคาวาโมริกล่าวว่า ‘ผมไม่เข้าใจ หรือยอมรับความจริงที่งานของผมถูกดัดแปลงโดยที่ผมไม่ได้ถูกถามไถ่ ผมไม่เข้าใจว่าการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นนี้มีตัวตนได้อย่างไร อย่างไรก็ตามผมก็รู้สึกโชคดีที่หลายคนจากหลายประเทศได้เห็นมาครอส (ผ่าน Robotech) และเมื่อถูกถามว่าคิดอย่างไรกับการประกาศโปรเจคท์ใหม่ของ Robotech คุณคาวาโมริตอบว่า ‘ผมไม่อยากจะพูดถึงมัน ช่วยอุดหนุนมาครอสของแท้ด้วยนะครับ’)

กระนั้นก็ยังเห็นภาพไม่ชัดนักว่าทาง Harmony Gold จะทำอย่างไรต่อไปหลังจากประกาศว่าได้ยืดสัญญาลิขสิทธิ์ไปแล้ว ที่ชัดเจนในตอนนี้ก็คือ แม้ว่าจะไม่มีแผ่นขายในตลาด ทาง Harmony Gold ก็จะสามารถนำเอา Robotech กับ Macross ฉบับดั้งเดิมมาฉายได้ แต่ถ้า Harmony Gold ออกจากตลาดไป ก็มีโอกาสสูงที่อาจจะไม่มีใครสามารถนำ Macross ภาคต้นฉบับมาฉายได้เลย

โดยสรุปแล้ว เราสามารถประณาม Harmony Gold ที่ทำให้เกิดภาวะ Macross ออกนอกเกาะญี่ปุ่นลำบากได้ เพราะพวกเขาเป็นผู้ถือทั้งสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า Macross ในอเมริกา แฟน Macross กับ ผู้สร้าง Macross ก็ไม่พอใจกับตัวตนของ Robotech แต่อีกแง่หนึ่งของความเป็นจริงก็คือ มีปัญหามากมายที่ทำให้บริษัทอื่นๆ ไม่สามารถซื้อสิทธิ์ Macross ไปฉายนอกญี่ปุ่นไม่ได้ และนอกจากนี้ ยังไม่ชัดนักว่า ถ้า Macross มีโอกาสได้ฉายอย่างอิสระทั่วโลกจริง มันจะทำรายได้ออกมาดีจริงหรือไม่ด้วยเช่นกัน … เรื่องนี้อาจจะต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันอีกครั้ง

เรียบเรียงจาก: Answerman – Will The Macross Franchise Ever Be Made Available In The West?

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*